| ทัวร์วันที่ 1 |
กรุงเทพฯ - อาบูดาบี |
| |
| 23.00 น. |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิฯ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ Q (ประตู 7) สายการบิน Ethihad
Airways สายการบินชั้นนำ หรูหราระดับโลก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
และอำนวยความสะดวก เรื่องเอกสารและสัมภาระ |
|
| ทัวร์วันที่ 2 |
อาบูดาบี ( 180 กม.) Grand Mosque - ดูไบ -นั่งรถ 4WD (อาหารเช้า กลางวัน เย็น) ทัวร์ทะเลทราย...( ชมระบำหน้าท้อง,ระบำกระโปรง และระบำหนุ่มสาว...อาหรับ) |
| |
| 02.55 น. |
คณะออกเดินทางสู่ เมืองอาบูดาบี โดยสายการบิน Ethihad Airways เที่ยวบินที่ EY 407 |
|
| 06.20 น. |
เดินทางถึงสนามบินเมืองอาบูดาบี พบเจ้าหน้าที่ของ บริษัทฯลฯหลัง ผ่านพิธีการ ตรวจคนเข้าเมือง และ ประทับตราวีซ่าแล้ว พบกับเจ้าหน้าที่ ของบริษัทฯลฯ หรือไกด์ที่รอรับ
เมืองอาบูดาบี้ เมืองที่ได้รับสมญานามว่า เป็น Garden of Gulf เพราะความเขียวขจี ของตัวเมือง และได้รับการยกย่องว่าเป็นสวรรค์ แห่งทะเล ทราย ผ่าน ชมสถานที่สำคัญๆของรัฐตลอดจนการสร้างบ้านเรือนที่เอาชนะ ธรรมชาติท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง
จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าที่งดงามที่สุดของU.A.E คือ สุเหร่าSheikhZayed bin Sultan al Nahyan Grand Mosque ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3ของโลก และเป็นสุเหร่าประจำเมืองของท่านเชคที่ก่อตั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ที่ท่านสร้างไว้ก่อนท่านจะสวรรคต การก่อสร้างรวมทั้งหมดเป็นเวลา10ปี สุเหร่านี้มีพรมผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 5,627 ตารางเมตร และโคมไฟ Chandelier ใหญ่ที่สุดในโลก ราคาราว 30ล้านดอลล่าร์ นำเข้าจากประเทศเยอรมันทำด้วยทองคำ และทองแดง(ทางทัวร์มีชุดคลุม และผ้าคลุมผมให้ท่านเรียบร้อยแล้ว) |
|
| 10.00 น. |
เดินทางจาก เมืองอาบูดาบี สู่ เมืองดูไบ (180 กม. = 2.30 ชม. ) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ภัตตาคาร |
|
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร - Chinese |
|
| 14.00 น. |
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ที่พักแล้ว Check In ... เพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายพร้อม ตะลุยทะเลทราย |
|
| 15.00 น. |
คณะพร้อมกัน ณ Lobby ของโรงแรม (มีเวลาให้ท่านเปลี่ยนชุด)นำท่าน ตะลุยทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) โดยรถ 4 W/D พร้อมคนขับที่มีประสบการณ์ (รถขับเคลื่อน4ล้อ.. ) 1 คัน / 6ท่าน ท่านจะได้สนุกสนาน และตื่นเต้นพร้อมสัมผัสกับ ประสบการณ์อันแปลกใหม่กับการนั่งรถตะลุยไปบนDune (เนินทราย) ที่มีทั้งสูงและต่ำสลับกันไป ที่ท้าทายและหวาดเสียว แต่ปลอดภัย
- ชมระบำหน้าท้อง ( Belly Dance ) ศิลปะอันเลื่องชื่อจาก ..สาวชาวอาหรับ
- ชมระบำกระโปรง.. ประดับไฟสวยงาม ( Tanora ) ศิลปะแห่งการร่าย
รำของชายหนุ่ม... ซึ่งโชว์ลีลาศิลปะการควง พรมแบบอาหรับ ซึ่งต้อง
ใช้เวลาฝึกฝนอย่างน้อย ประมาณ 3 ปีขึ้นไป
- ระบำอาหรับ ( Arabian Dance Show ) ซึ่งหาดูได้ยาก มีเฉพาะ
แถบอาหรับเท่านั้น
พักที่ดูไบพักโรงแรมระดับ 4 ดาว.............. |
|
| ทัวร์วันที่ 3 |
สุเหร่าจูไมร่า - ชายหาด..จูไมร่า - Medinat Souk - Burj AL Arab - The Plam Project - Atlantis The Palm - ชมตู้ปลายักษ์ -นั่งรถไฟโมโนเรียล MRT- อาบูดาบี - โจฮันเนสเบิร์ก (เซาท์แอฟฟริกา) EY602 AUH-JNB 22.05-04.25 น. (อาหารเช้า กลางวัน เย็นอิสระ ณ ช้อปปิ้งมอล |
| |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ในโรงแรม |
|
| 08.00 น. |
จากนั้นนำท่านเข้าเยี่ยมแวะถ่ายรูป สุเหร่าจูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบ สร้าง ด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ได้ชื่อว่า เป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดในแถบนี้ ให้ท่านได้เก็บภาพไว้เป็นที่ ระลึก จากนั้นนำท่านผ่านชม ชายหาด Jumeirah Beach
ซึ่งเป็นชายหาดตากอากาศที่สวยงามยอดนิยม ของดูไบและแวะถ่ายรูปด้านนอก คู่กับโรงแรม Burj Al Arab โรงแรมสุดหรู ระดับ 7ดาว ที่สวยและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีชื่อเสียงของตะวันออกกลาง ที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ
นำท่านสู่ Medinat Jumeirah Souk หรือ (เวนิส แห่งดูไบ ) ซึ่งเป็นตลาดติดแอร์ ตั้งอยู่ในส่วนซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว คือ Mina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ซึ่งออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะคลาสสิคในแบบอาหรับ ดูคลาสสิค แบบพื้นเมือง ภายในมีสินค้า ระดับPremiumมากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ, ขวดทราย, พรม อีหร่าน, หัวน้ำหอม อาหรับ, โคมไฟ และของประดับตกแต่งบ้าน, ขนมหวาน อาหรับ, ถั่วรสช็อกโกแลต รสชาติต่างๆ ส่วนด้านหลังจะมี คลองแบบเวนิส ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ โรงแรม Mina Al Salam นั่นเอง
Hightlight..!! นำท่าน ขึ้นรถไฟ Monorail ( MRT ) ชมความยิ่งใหญ่ อลังการของโครงการAtlantis Hotel และ The Palm Project
นำท่านสู่โรงแรม The Atlantis The Palm ให้ท่านได้สัมผัส กับความมหัศจรรย์ และยิ่งใหญ่ อลังการ ตื่นตาตื่นใจกับ ฝูงปลาAqurium ขนาดใหญ่ สูงกว่า 10เมตรที่รวมปลาสายพันธ์จากทะเลมากมาย อาทิ ปลาฉลามวาฬ, ปลา บาราคูด้า, ปลาทูน่า, ปลาหน้าวัว และ อีกมามาย ให้ท่านได้ชมอย่างเพลิดเพลินใจจากนั้น เชิญท่านอิสระ .. ตามช้อบปิ้งอัธยาศัย หรือเพลิดเพลินกับการ ช้อบปิ้ง สินค้ามากมาย อาทิ เสื้อผ้า, นาฬิกา, หรือของที่ระลึกของฝาก |
|
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตาคาร - Atlantis Hotel
Hightlight..!! จากนั้น นำท่านชม เดอะ ดูไบ มอลล์ (The Dubai Mall) แหล่งช้อปปิ้งและแหล่งช้อบปิ้งขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมAquarium ขนาดยักษ์ ตื่นตาตื่นใจไปกับ ..การชมฝูงฉลามอย่างไกล้ชิด และสัตว์น้ำ นานาชนิด Aquariumแห่งนี้ได้ชื่อว่าใช้แผ่นอะคริลิคใน
การประกอบตู้ปลาที่ใหญ่สุดในโลกและ โดยเดอะ ดูไบ มอลล์ เป็นส่วนหนึ่งของ ดาวน์ทาวน์เบิร์จดูไบ(Downtown Burj Dubai) มูลค่า2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็น ที่ตั้งของเบิร์จ ดูไบ อาคารที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งมีร้านค้ากว่า1,200ร้าน รวมถึง ร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกกว่า 160 ร้าน
Update ..ล่าสุด..!! จากนั้นนำท่าน แวะถ่ายรูปด้านนอกตึกBurj Khalifa (BurjDubai)ซึ่งเป็นที่สุดของที่สุด .. แห่ง ดูไบ กับ การประดับแสงสี อันอลังการ ของ Burj KhalifaTower …ซึ่งสูงถึง 828 เมตร (ปัจจุบัน) มีทั้งหมด 160 ชั้น เป็นตึกที่ได้ชื่อ ว่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553 และ เปลี่ยนชื่ออาคารจาก "เบิร์จดูไบ" เป็น "เบิร์จคาลิฟา" เพื่อ เป็นเกียรติแก่ ชีกห์คาลิฟา บิน ซาเอด อัลนาห์ยัน เจ้าผู้ครองนครอาบูดาบี |
|
| เย็น |
(รับประทานอาหารเย็นอิสระ ณ ช้อปปิ้งมอลล์ดูไบ) |
|
| 16.00 น. |
เดินทางจากเมืองดูไบ สู่ สนามบิน เมืองอาบูดาบี้ |
|
| 19.00 น. |
ถึงสนามบิน เมืองอาบูดาบี้ นำท่าน Check In |
|
| 22.05 น. |
นำท่านบินตรงสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศเซาท์แอฟฟริกา
โดยสายการบิน Ethihad Airways เที่ยวบินที่ EY 602 |
|
| ทัวร์วันที่ 4 |
โจฮันเนสเบิร์ก - เคปทาวน์-สวนพฤษศาสตร์-ภูเขาโต๊ะ-ไวน์เทสติ้ง ชมไร่องุ่น ( อาหารเช้า กลางวัน เย็น ) |
| |
| 04.25 น. |
ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก นำท่านผ่านพิธีการข้ามแดนรับกระเป๋าสัมภาระ |
|
| 08.00 น. |
เดินทางสู่เมืองเคปทาวน์โดยสายการบินภายในประเทศเที่ยวบินที่................................ |
|
| 10.30 น. |
ถึงสนามบินเคปทาวน์นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พักเพื่อเก็บกระเป๋าสัมภาระและทำธุระส่วนตัว
นำชมสวนพฤกษศาสตร์ ของเมืองเคปทาวน์ ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของสวนพฤกษศาสตร์ที่
ดีที่สุดในโลก ชมการจัดแสดง และพืชพันธ์จากแอฟฟริกาใต้ที่แปลกตานานาชนิด |
|
| 12.00 น. |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
|
| บ่าย |
เดินทางสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้า CABLE CAR นำท่านนั่งกระเช้าสู่ยอดเขา TABLE MOUNTAIN ชมทิวทัศน์ของเมืองเคปทาวน์ริมอ่าวอันแสนสวย TABLE MOUNTAIN ภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับโต๊ะด้วยกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเองลัดเลาะไปตามแนว ขอบเขาเพื่อให้ท่านได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจน บนภูเขาโต๊ะมีสัตว์ตัวเล็กประเภท หนึ่งหน้าตาหน้าเอ็นดู ชื่อว่า ตัวแดสซี่ หรือกระต่ายหิน (DASSIE OR ROCK RABBIT) มี ลักษณะกึ่งผสมกระรอกและกระต่ายเป็นมิตรกับผู้มาเยื่อน เมื่อมองไปรอบๆเราจะเห็นภูเขา รายล้อมหลายต่อหลายลูกแต่ที่โดดเด่นคือ "ไลอ้อน เฮด" ( LION HEAD ) ภูเขารูปสิงโต
(ในกรณีที่ฟ้าปิดไม่สามารถขึ้นภูเขาโต๊ะได้ นำท่านถ่ายภาพจากด้านล่างครับ)
นำท่านชมไร่องุ่น ณ ไร่องุ่นในเมืองเคปทาวน์ ไวน์เทสติ้ง Constantia Wine tasting พร้อมชิมไวน์ชั้นดี ที่บ่มได้ที่และเป็นไวน์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมากในประเทศเซาท์แอฟฟริกา เลือกซื้อไวน์ในราคาแสนถูก |
|
| เย็น |
นำท่านสู่ย่าน VICTORIA ALFRED WATERFRONT แหล่งช้อปปิ้งของเมืองเคปทาวน์ สัมผัสความมีชีวิตชีวาของเมือง ซึ่งเป็นย่านที่สร้างสีสันให้กับคณะทัวร์เป็นแหล่งบันเทิงที่ มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนต์และยังเป็นท่าเทียบเรือขนาดเล็กอีกด้วย / รับประทานอาหาร |
|
| ค่ำ |
เข้าพักโรงแรม ระดับ 4 ดาวในเมืองเคปทาวน์ |
|
| ทัวร์วันที่ 5 |
แหลมเพนนินซูลา -เกาะแมวน้ำ - หาดนกเพนกวิน บาวเดอบีช-ฟาร์มนกกระจอกเทศ - แหลมกู๊ดโฮป ( อาหารเช้า กลางวัน เย็น) |
| |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก |
|
| 08.00 น. |
เดินทางสู่ แหลมเพนนิซูลา ชมทัศนียภาพรอบๆเกาะที่ติดอันดับที่สวยที่สุดในประเทศ
จะนำท่านชมความสวยงามจาก เหนือสุดไปยังใต้สุดของแหลมCape Penninsula
และชมความงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 300 ปีได้ชื่อว่าเป็นเมืองสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลกตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้มีอดีตที่ยาวนานและเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุด |
|
| สาย |
ชมเกาะแมวน้ำ นำท่านเดินทางสู่เกาะดุยเกอร์ ( Duiker Island ) หรือเรียกว่าเกาะแมวน้ำ นำท่านล่องเรือที่ท่าเรือฮูทเบย์ ( HOUT BAY ) เพื่อไปชมฝูงแมวน้ำนอนอาบแดด นับพันตัวบนเกาะดุยเกอร์ " DUIKER" จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังแหลมกู๊ดโฮป ( Good Cape ) หรือแหลมแห่งความหวัง ระหว่างทางแวะชมฟาร์มนกกระจอกเทศ ซึ่งเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ปัจจุบันเกษตรกรผลิตไข่นกกระจอกเทศเพื่อนำมาเป็นเครื่องประดับตกแต่ง เป็นของที่ระลึกที่ควรหิ้วกลับเมืองไทย |
|
| 12.00 น. |
บริการอาหารกลางวันแสนประทับใจ ณ ภัตตาคารของแหลมกุ๊ดโฮป ให้ท่านชมบรรยากาศ และชิมอาหารพิเศษ เราจัดเมนูให้ท่านลิ้มลองอาหารประเภทปลา ปรุงแบบฝรั่ง เสริฟพร้อมมันฝรั่งทอดร้อนๆ เพื่อท่านจะได้มีเวลาชิมและชมความงามมากขึ้น |
|
| บ่าย |
แหลมกู๊ดโฮ้ป ชมทัศนียภาพของแหลมแห่งความหวัง หรือแหลม "CAPE OF GOOD HOPE" อยู่ในเขตสงวน CAPE OF GOOD HOPE NATURE REAERVE ปลายสุดแหลมมีประภาคารขนาด ใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจนบนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้ ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดและอากาศแปรปรวนทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาปะทะกันทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทางเรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน ทัศนวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเองเสมอๆจนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอน มิติลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตช์แมน FLYING DUTCHMAN ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักท่องเที่ยวชาวดัตช์ที่พยายามจะเดินทางอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปให้ได้แต่ทำไม่สำเร็จทำให้เรือสูญหายไปท่ามกลางทะเลที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบและจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ เคปพอยท์ "CAPE POINT"
(บริษัทรวมค่ากระเช้าไฟฟ้าที่จะนำท่านขึ้นไปสู่จุดสูงสุดเพื่อชมทัศนียภาพ ไม่ต้องจ่ายเอง) |
|
| 15.00 น. |
ชมหาดนกเพนกวิน หรือ Boulders Beach ณ เมืองไซมอนส์ นำชมความน่ารักของเหล่าแพนกวินแอฟริกานับหมื่นตัวที่ชายหาดโบลเดอร์ นกแพนกวินตัวผู้ออกจะมีสีสันมากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มอายแชโดว์ไว้อย่างนั้น ลำตัวมีสีขาวดำตัดกัน ตัวเมียมีสีน้ำตาลและมีขนาดใหญ่กว่า นกแพนกวิน นำท่านไปสัมผัสใกล้ๆแค่เอื้อมมือ ถ่ายภาพความน่ารักของเหล่าเพนกวิน บนชายหาดที่มีทัศนียภาพของชายหาดที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของเซาท์แอฟฟริกา |
|
| เย็น |
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร / พักผ่อนตามอัธยาศัย |
|
| ทัวร์วันที่ 6 |
เคปทาวน์ - โจฮันเนสเบิร์ก - ซิ้ตตี้ทัวร์ - เหมืองทองคำ - พีททอเรีย ( อาหารเช้า กลางวัน เย็น) |
| |
| 06.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
|
| 07.00 น. |
เดินทางสู่สนามบินเคปทาวน์ |
|
| 08.40 น. |
ออกเดินทางสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์กด้วยเที่ยวบินที่ SA 316 |
|
| 10.40 น. |
ถึงสนามบินโจฮันเนสเบิร์ก รถโค้ชปรับอากาศและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอรับคณะเพื่อชม ทัศนียภาพของเมืองซึ่งชาวแอฟริกาใต้เรียกสั้นว่าเมือง "โจเบิร์ก" เป็นเมืองธุรกิจตั้งแต่เมื่อ ร้อยปีก่อนและได้รับฉายาว่า THE GOLD CITY ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการแบ่งแยกสีผิว ทำให้เกิดชุมชนต่างผิวขึ้นคนละมุมเมือง โดยแบ่งแยกเมืองคนขาว คือ SANTON และเมือง คนดำคือ SOWETO เป็นเมืองลูกรายล้อมโจเบิร์ก ในปัจจุบันโจเบิร์กคลาคล่ำไปด้วยผู้คน และอาคารสูงทันสมัย ตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์กทุกวันนี้ไม่ต่างจากเมืองใหญ่ในโลก ไม่ว่าจะ เป็นนิวยอร์ก โตเกียว หรือริโอเดอจาเนโรเพราะพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและตึกสูงระฟ้า
ซิ้ตตี้ทัวร์ชมเมืองโจฮันเนสเบอร์ก ชมย่านใจกลางเมือง ร้านค้าเพชรแอฟฟริกาที่ให้ท่านเลือกเดินซื้อหาติดไม้ติดมือเป็นของฝากเพื่อนๆทางบ้านก่อนเดินทางไปชมเหมืองทองคำ |
|
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น |
|
| บ่าย |
เดินทางสู่เหมืองทองคำ Gold Reef City เมืองทองคำแห่งนี้ได้หยุดการขุดไปเรียบร้อยแล้ว
ปัจจุบันสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสาธิตจำลองการขุดทองในสมัยโบราณในยุคตื่นทองให้แก่นักท่องเที่ยว ท่านจะได้ชมวิธีการขุดทองจากสายน้ำแร่ย้อนยุคเข้าไปสู่อดีตก่อนนำท่านเดินทางไปยังเมืองพีททอเรีย |
|
| เย็น |
นำท่านเข้าสู่ที่พัก " ลานนาไทยเฮาท์" เป็นบ้านพักขนาดย่อมสำหรับคณะทัวร์วีไอพี มีความเป็นส่วนตัวสูง สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และครัวเล็กๆภายในห้องพักสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวแบบชาวตะวันตก การตกแต่งแบบล้านนา แต่เข้าถึงบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของคนเซาท์แอฟฟริกาได้ดี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางชุมชนคนขาว ในเมืองพีททอเรีย จากสถานที่พักท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้อย่างชัดเจน ทีเรียกกันว่า ภูเขามาการีสเบิร์ก Magalisburg เช็คอินน์เรียบร้อยแล้วให้ท่านทำธุระส่วนตัว แล้วนำท่านเดินทางไปทานอาหารที่จัดเลี้ยงเป็นพิเศษ ก่อกองไฟให้ท่าน ลิ้มลองบาร์บีคิวแบบแอฟฟริกัน เสริฟพร้อมไวน์ จัดเลี้ยง ณ บริษัทเปเปอร์เวิล์ด บริษัทสัญชาติไทยในเซาท์แอฟฟริกา บนพื้นที่ 600 ไร่ |
|
| ค่ำ |
นำท่านกลับเข้าสู่ที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย |
|
| ทัวร์วันที่ 7 |
ซาฟารีทัวร์ - ซันซิ้ตตี้ - ภูเขามาการีสเบิร์ก-ตลาดพื้นเมือง-ช้อปปิ้ง-พีททอเรีย ( อาหารเช้า กลางวัน เย็น) |
| |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของลานนาไทยเฮาท์ |
|
| 08.00 น. |
เดินทางสู่ พีลาสเบอร์ก เกมส์รีเสริฟ Pilanesburg National Parkนำชมสวนซาฟารี เพื่อดูสัตว์ป่า สวนสัตว์เปิด ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในแอฟริกาใต้ติดอันดับ 1 ในสาม ของประเทศ
ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด นำคณะขับรถเข้าสู่ดินแดนแห่งโลกสัตว์ป่าอาฟริกาใต้ที่จะทำให้ท่านประทับใจสุดๆกับฝูงสิงโต เสือดาว วัวกระทิง นกระจอกเทศ เสือ ม้าลาย ยีราฟ ฯลฯ ท่ามกลางภูมิอากาศที่เย็นสบายๆ 15 -18 องศาเซลเซียส ( ชมข้อมูลเพิ่มเติมจากhttp://pilanesberggamereserve.com/index.html ) ชมฝูงสัตว์ต่อ ด้วยจำนวนพื้นที่ของ Pilanesburg National Park ที่มีอาณาบริเวณนับ 5,000 ไร่ การชมสัตว์จำเป็นต้องมีแผนที่และผู้ชำนาญเส้นทาง เพื่อที่จะให้ท่านได้เพลิดเพลิน เบิกบานใจกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าที่มาให้ท่านยลโฉมประชิดถึงขอบรถ ประเทศเซาท์แอฟริกาเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการท่องเที่ยวแบบซาฟารีทัวร์จึงเป็นจุดสำคัญที่จะพลาดชมเสียไม่ได้ |
|
| 12.00 น. |
รับประทานอาหาร ณ สวนสัตว์เปิด ( อาหารแบบปิกนิก ) ท่ามกลางบรรยากาศแบบซาฟารี |
|
| บ่าย |
นำชมเมืองซันซิ้ตตี้ SUN CITY หรือ THE LOST CITY เมืองลับแลแห่งหุบเขาแสงตะวัน เป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นจากความคิดของมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า "ซอล เคิร์ซเนอร์" ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาทใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 18 ปีและความพยายามอีกล้นเหลือในการเนรมิตผืนดินอันว่างเปล่าและแห้งแล้งในแคว้น BOPHUTHTSWANA กลางแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นเมืองแห่งความสำราญบันเทิงทุกรูปแบบ บริเวณที่ตั้งของซันซิตี้นี้ซอล เคิร์กเนอร์ ก็ได้มาเป็นผู้บันดาลความใฝ่ฝันในอดีตให้กลับกลายมาเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยการเริ่มสร้างโรงแรมไปเรื่อยๆตั้งแต่โรงแรม SUN CITY HOTEL โรงแรม THE CANANAS โรงแรม THE CASCADES จนในปีค.ศ. 1992 เขาก็ได้สร้างโรงแรมที่หรูหราราคาแพงที่สุดในบรรดาโรงแรมทั้งหลายได้กล่าวมาในนาม THE PALACE ORTHE PALACE OF THE LOST CITY ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลผสมแอฟริกันและตกแต่งภานในสไตล์แอฟริกันชมทะเลน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า VALLEY OF WAVE มีลักษณะเหมือนทะเลจริงๆแวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดการตกแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงามใกล้ๆกัน ชมสะพานแห่งกาลเวลา BRIGE OF TIME สองข้างสะพานมีช้างแกะสลักเรียงรายอยู่ สะพานนี้เชื่อมต่อ กันกับกองหินมหึมาที่เชื่อว่าเป็น THE LOST CITY ที่สูญหายไปและเพื่อเป็นการตอกย้ำระลึกถึงความทรงจำ เขาเลยสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นทุกๆหนึ่งชั่วโมงสะพานจะถูกเขย่าเสมือนแผ่นดินไหว นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลกที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันกอล์ฟนัดสำคัญๆมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลกGARY PLAYER หรือ GARY PLAYER GOLF COURSE และ SUN CITY GOLFCOURSE โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโก้เธค คาสิโน ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เมืองนี้ไม่หลับใหล สวนสัตว์ สวนพฤษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกเอาไว้ พร้อมน้ำตกและธารน้ำไหลที่สร้างความสดชื่นสบาย เย็นเดินทางกลับพีททอเรีย / แวะตลาดพื้นเมือง เป็นตลาดพื้นเมืองของคนผิวดำให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากประเภทหนังสัตว์ เครื่องประดับ ผ้าปัก งานฝีมือ ฯลฯ ระหว่างทางแวะชมวิวและถ่ายภาพทัศนียภาพของภูเขามาการีสเบิร์กซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองพีททอเรีย จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ช้อปปิ้งเซนเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า หลังคาหญ้า เลือกซื้อของฝากราคาถูกจากเซาท์แอฟฟริกา เช่น ไวน์ชั้นดี สนนราคาตั้งแต่ 100 - 100,000 บาท หลากหลายยี่ห้อ ,ชาแอฟฟริกา,เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆที่ทำให้สุกโดยการอบ และความร้อนจากการผึ่งแดด แพ็คสุญญากาศอย่างดี ฯลฯ |
|
| เย็น |
บริการอาหารค่ำ เมนูไทย ณ ลานนาไทยเฮาท์พร้อมเครื่องดื่ม |
|
| ทัวร์วันที่ 8 |
วันที่แปด เขื่อนฮาร์ทะเบียดปวด- เลอเซดีหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมือง -ชมเมืองพีททอเรีย-โจฮันเนสเบิร์ก-อะบูดาบี ( อาหารเช้า กลางวัน เย็น)( ลิ้มลองเนื้อสัตว์ป่า ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมเลเซดี) EY603 JNB-AUH 20.30-06.50 |
| |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของที่พัก |
|
| 08.00 น. |
เช็คเอาท์พร้อมออกเดินทางไป ชมเขื่อนฮาร์ทเบียทพอร์ต สู่เมือง HARTBEESPOORT ซึ่ง(ภาษาอาฟริกัน อ่านว่า ฮาททะเบียดปวด) เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับที่สองรองจากเมือง CAPE TOWN นำท่านชมทัศนียภาพของเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ "HART BEES FRONT DAM" ซึ่งเป็นเขื่อนเก็บน้ำที่ทันสมัยระดับแนวหน้า บริเวณเขื่อนเป็นจุดชมวิวที่ถือว่าสวยที่สุดในโลกที่มีภาพ BLACK GROUD เป็นภูเขาขนาดใหญ่ตัดกับสีท้องฟ้าน้ำเงินเข้ม ประดุจว่าฉาบทาด้วยปลายพู่กัน |
|
| 10.00 น. |
ชมหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมือง หรือหมู่บ้านวัฒนธรรม LESEDI CULTURAL VILLAGE ซึ่งเป็นเมืองจำลองที่รวบรวมเอาชนเผ่าดั้งเดิมของแอฟริกาเผ่าต่างๆ เช่น เผ่าZULU ,SOTHO,XHOSA,REDI และเผ่า NDEBELEท่านจะได้ชมการจำลองหมู่บ้านชนเผ่าต่างๆที่ประดับตกแต่งบ้านเรือนตามแต่สไตล์ สัมผัสบรรยากาศจริงของแอฟริกาใต้ ประหนึ่งท่านเป็นบุคคลในเผ่านั้นๆด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่นและสีสันแห่งแอฟริกา |
|
| 12.00 น. |
รับประทานอาหารกลางวัน ให้ท่านลิ้มลองเนื้อสัตว์หลายชนิด ณ หมู่บ้านเลเซดี |
|
| บ่าย |
นำท่านเดินทางสู่เมือง PRETORIA เมืองแห่งดอกไม้สีม่วง เมืองหลวงด้านการบริหารของ แอฟริกาใต้ เมืองนี้ตั้งตามชื่อของแอนดิส์พรีทอเรีย (ANDRIES PRETORIUS ) วีรีบุรุษของการต่อสู้รบระหว่างพวกบัวร์ (BOER) กับชนพื้นเมืองผิวดำ พริทอเรียจึงเป็นเมืองหลวงของชาวบัวร์ที่พยายามต่อสู้กับพวกอังกฤษเพื่อให้ได้อิสรภาพ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ ธนาคาร ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการรัฐบาลวุฒิสภาจะจัด ขึ้นที่เมืองพริทอเรีย ภายในเมืองมีการจัดวางผังอย่างดีและสวยงามเป็นระเบียบ สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและอาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือ "ต้นแจ๊กการันดา" JACARANDA ที่มีดอกสีม่วงสดบานสะพรั่ง ดั่งเช่นซากุระญี่ปุ่น ฉะนั้นเมืองนี้จึงได้ฉายาว่า "CITY OF JACARANDAS" ซึ่งจะออกดอกอวดโฉมในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี นำท่านเที่ยวชม สถานที่ตั้งสำคัญของเมืองอาทิ CHURCH SQUARE จัตุรัสกลางเมืองเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ พอล ครูเกอร์ (PUAL KRUGER MOUNTAIN ) ประธานาธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปกครองและรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองกัน CITY HALL ศาลาเทศบาลเมืองที่มีหอนาฬิกาและ มีระฆัง 32 ใบและออร์แกนลม 6,800 ท่อ ด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอนดรีส์ พรีทอรัส และลูกชายผู้ก่อตั้งเมือง UNION BUILDING ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวัง จนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธิบดีที่สวยที่สุดในโลก "อนุสาวรีย์วูร์เทรคเกอร์และพิพิธภัณฑ์" VOORTREKKER MONUMENT & MUSEUM ศูนย์รวมจิตใจของชนผิวขาวเชื้อสายดั้งเดิมของชาวบัวร์อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเดินทางอพยพของชาวบัวร์จากปลายแหลมทวีปเข้าสู่ใจกลางประเทศแอฟริกาใต้และร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของการสู้รบกับชาวพื้นเมือง บริเวณใต้ถุนอาคารจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแสดงภาพชีวิตของชาวบัวร์สิ่งของเครื่องใช้และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ |
|
| เย็น |
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินโจฮันเนสเบอร์กเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ นำท่านเช็คอินน์เที่ยวบินที่ EY603 JNB-AUH 20.30-06.50 ( บริการอาหารเครื่องดื่มบนเครื่อง) |
|
| 20.30 น. |
เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินเอทิแฮดแอร์เวย์ |
|
| ทัวร์วันที่ 9 |
อะบูดาบี- กรุงเทพฯ |
| |
| 06.50 น. |
ถึงกรุงอะบูดาบี ( แวะเปลี่ยนเครื่อง ) EY408 AUH-BKK 09.15-18.15 น. |
|
| 09.15 น. |
ออกเดินทางจากกรุงอะบูดาบี สู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EY408 AUH-BKK |
|
| 18.15 น. |
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตามเวลาท้องถิ่น |
|
|